Profilo di ตัวหมีแพนด้า•๏•MeMoIr•๏•FotoBlogElenchiAltro ![]() | Guida |
|
•๏•MeMoIr•๏•14 gennaio ใบไม้ที่หายไปใบไม้ที่หายไป
"ใบไม้ที่หายไป" เป็นชื่อหนังสือของจีระนันท์ พิตรปรีชา (ที่ได้รางวัลซีไรต์ซะด้วย)
พอดีกรูบังเอิญได้อ่านมาจนจบ แล้วพบว่ามันมีท่อนที่น่าคิด และคมคายมากลายท่อน ชอบสุดๆ
เลยเขียนเก็บไว้สักหน่อย เอามาเรียงกันมั่วๆ(เหมือนจะเป็นเรื่องราว)
อ้อ บอกประวัติผู้เขียนสักหน่อย เขาเคยเป็นถึงดาวจุฬา และเป็นผู้นำนักศึกษาในยุคชักธงรบกับทหาร
ช่วงเหตุการณ์ 6 ตุลา ประมาณนั้น กลอนในหนังสือหลายบทก็แต่งตอนที่อยู่ในป่า บางบทก็ตอนอยู่มหาวิทยาลัย
เป็นคนที่ศึกษาประวัติแล้วจะพบว่าเป็นผู้หญิงที่น่านับถือมากคนหนึ่งเลย
...เป็นกำนัลแก่สายตาผู้มาถึง เก็บภาพซึ่งพิมพ์ตาส่งมาให้
ฤดูร้อนอ่อนหวานจะผ่านไป เปิดดวงใจเชิญสัมผัสปรัชญา...
...มหาวิทยาลัยในก้าวแรก อาจผิดแผกแปลกมากหลายความหมาย
เมื่อไม่ต้องตรงฝัน...อันตราย มันก็คล้ายแคบแท้แค่เรือนจำ...
...เฉกชีพเชิดเจิดจ้าแจ่มราศี ก็เช่นนี้ใช่ไหม?เคยใฝ่ฝัน
คืนนี้เห็นดาวหางดับโดยฉับพลัน หัวใจหวั่นพรั่นเร้น...กลัวเป็น "ดาว" ...
...เจ็บ สำนึกลึกล้ำกับคำหมิ่น วาระสิ้น 'รุ่นเก่า' เขาเหยียดหยัน
'คนรุ่นใหม่' มากับความฉับพลัน เจ็บคืนวันที่มีแต่คำแก้ตัว...
...โลกที่ต้องรับรู้อยู่เดี๋ยวนี้ การราวีเข่นฆ่าน่าขื่นขม
ความจริงใจไร้นิยามลอยตามลม ในสังคมที่ความกล้าคือราคี...
...แล้วสำนึกบางตอนช่วยสอนให้ ประหลาดใจไต่ถามถึงความหมาย
สังคมนี้คนลำบากมีมากมาย น้ำตารายเหงื่อรินไหลใครเหลียวแล...
...จำตัดใจจบบทจดหมายเหตุ แม้ขอบเขตแห่งสายใจยังไหลปรี่
ไก่ป่าเอื้อนเตือนขวัญมาทันที ถึงหน้าที่ยังมีรอเราต่อไป...
...ขอฝากข้าวทุกนาป่าทุกแห่ง สวนทุกแปลงยางทุกต้นบนดินใต้
ปลาทุกแพแร่ทุกก้อนสังวรไว้ อย่ายอมใครมากอบกำมาทำลาย...
อย่ายอมขายอนาคตเพราะหมดแรง...
...ฉัน คือกรวดเม็ดร้าว
แหลกแล้วด้วยความเศร้า หมองหม่น
ปรารถนาเป็นธุลีทุรน
ดีกว่าทนกลั้นใจอยู่ใต้น้ำ...
ปล. เพราะเนอะ
10 dicembre กวีบทใหม่ ที่ไม่ใช่กวีบทเก่ากวีบทใหม่
พอดีวันนี้ทำงานหนักเกินไป
Energy and Thermal Fluid System Design II เนี่ย ทำกูเฉาตาย สมการ4บรรทัด ขอมอบตัว
อารมณ์เลยแปรปรวนสุดขีด เหมือนผู้หญิงตอนมีประจำเดือน (หวังว่าไม่หยาบคายน่ะ 555+)
สภาพจิตใจย่ำแย่
..ยังดีที่มีเพื่อนๆ..
ว่าง ๆ กูเลยฮัมเป็นกลอนขึ้นมา (อารมณ์มันแปรปรวนประมาณว่า อารมณ์ อากง อาม่า)
แล้วเห็นว่ามันก้อเจ๋งดี เลยเพ้อต่อจนคิดว่าพอเหอะ เลยจบ
อยากเขียนเก็บไว้เล่น ๆ
...ดังนี้...
...วันเคลื่อน เดือนคล้อย ลอยเปลี่ยน กาลเวลา หมุนเวียน แปรผัน
จิตใจคน ผันเปลี่ยน ทุกคืนวัน หัวใจฉัน คงได้ แต่เฝ้าดู
บางสิ่งอาจ ดูได้ ด้วยตาเปล่า บางคราวเรา มิอาจ จะหยั่งรู้
ภายนอกนั้น คงเป็น เช่นผ้าปู ภายในที่ ซ่อนอยู่ คือความจริง
มองดูใคร มองเธอ แล้วมองฉัน มองพระจันทร์ พระอาทิตย์ มิตรสหาย
ภายนอกเขา ที่ฉันเห็น แค่เพียงกาย คงมิวาย มีวัน ต้องดับลง
ในวันนี้ จิตใจฉัน ช่างอ่อนล้า ไร้แววตา ไร้กำลัง นั่งสับสน
ฉันมองหา ความจริง ในตัวคน ที่ฉันพบ แค่ตัวตน เป็นความจริง
ครั้งหนึ่งนั้น เมื่อฉัน ยังเป็นเด็ก ตัวเล็กเล็ก ช่างสงสัย ไร้เดียงสา
ฉันถามแม่ ว่าแม่ครับ ท่านมารดา ทำไมผม ถึงเกิดมา บนโลกนี้
แม่นั่งนิ่ง แล้วตอบฉัน อย่างช้าช้า ว่าลูกจ๋า ลูกเกิดมา เพราะพ่อแม่
เพราะความรัก เพียงสิ่งเดียว เท่านั้นแล ลูกจำไว้ ว่าพ่อแม่ ยังรักเจ้า
วันเวลา ผ่านไป สิบกว่าปี มาวันนี้ ฉันอยากถาม อีกสักหน
หากฉันรัก รักใครมาก เพียงหนึ่งคน แต่เขานั้น กลับไม่สน ใจฉันเลย
หากเป็นคุณ คุณจะรัก เขาต่อไหม หรือทำใจ ลืมเขาคง ไม่หนักหนา
หรือคบหา เป็นเพื่อน กันต่อมา ดวงจันทรา หากเจ้ารู้ ตอบฉันที...
...
น้ำเน่าดีป่าววะ
ใครอ่านแล้วคิดไงบอกหน่อย ไม่บอกขอให้หนังเหี่ยวไปทั้งตัว เหมือนวัว 555+
อ้อ ขอตั้งชื่อบทประพันธ์นี้ว่า ..."แพนด้านิพนธ์ หมายเลข 4830243021"...
13 novembre CUMA MemoryCUMA
ย่อมาจาก Chulalongkorn University Music Awards
วันนี้เป็นวันนึงที่ผมดีใจมาก
วงผมได้ที่ 2 แหนะ
เป็นการประกวดงานนี้ครั้งแรกของผมด้วย
แต่ที่ได้ดีก้อคงเพราะพี่ออม พีสา พี่จ๊อบ และไอแป๊ะเล่นดนตรีเก่งกันทั้งนั้น
จะว่าผมโชคดีมากก้อได้ที่ได้อยู่วงนี้
เพราะคนมีความรู้ทางดนตรีอันน้อยนิดอย่างผมวงอื่นๆเขาก้อไม่เอาหรอก
ได้แต่ฝึกเล่นเอง ทฤษฎีไม่รู้เรื่อง
ถ้าปีหน้ามีแข่งอีกผมก้อคงไม่ได้ลงแล้วหล่ะมั้ง เพราะพี่ๆเขาจบกันแล้วอ่ะ
ต้องขอบคุณพี่ๆในวงมากเลย
ถึงจะรู้จักกันไม่นาน แต่ก้อรู้สึกว่าวงเรามันแน่นแฟ้นน่ะ
เวลาที่เหลือของเทอมนี้เราจะเล่นดนตรีกันให้กระจุยไปเลย ฮ่าๆ
สุดท้ายที่บอกว่าวันนี้เป็นวันนึงที่ผมดีใจมากอ่ะ
ไม่ใช่เพราะได้รางวัลที่ 2 หรอกน่ะ
รางวัลมันเหมือนเป็นสิ่งตอบแทนที่เราซ้อมด้วยกันมาและความเก่งกาจของพี่ๆและไอแป๊ะ
แต่ที่ดีใจก้อเพราะเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ของผมอุส่ามาเชียร์
ทั้งๆที่งานมันก้อ late แสน late อยากจะด่าคนจัด
แต่เพื่อนมันก้อยังอุส่าอยู่ดูแล้วค่อยกลับ ขอบคุณมากหว่ะ
ไม่มีหน้าม้าอย่างพวกมึง วงกูก้อไม่รู้จะเล่นให้ใครดู
พูดจริงๆ สำหรับกูแล้ว กูแค่อยากเล่นมันส์ๆให้คนดูชอบเท่านั้นแหละ
ถึงได้รางวัลแต่คนดูไม่ชอบ มันจะมีค่าอะไร
อยากขอบคุณมากเลยโดยเฉพาะเพื่อนๆของผมที่อุส่าอยู่ดู
ร็อคหว่ะ
02 ottobre DeeP InSideDeeP InSide
ในที่สุดก้อสอบเสร็จสักที เทอมที่หนักที่สุดของเรา
รู้สึกโล่งดีจริง
แต่ก่อนสอบวิชาสุดท้ายดันไม่สบายหนักอีก
ปวดหัว ตัวร้อน ท้องเสีย
...เฮ้อ...
พอไม่สบายแล้วคิดถึงเมื่อก่อน ตอนเด็ก ๆ
คิดถึงคนที่ดูแลเราตั้งแต่เด็กจนโต
คิดถึงคุณป้าจัง
คนที่ดูแลและเล่นกับเรามาตั้งแต่เด็ก
สอนเราตั้งหลายเรื่อง
ตอนนี้ไปอยู่ไหนแล้วน่ะ
เราเคยบอกว่าพอโตขึ้นทำงานดีๆแล้วเราจะเลี้ยงคุณป้าน่ะ
ยังจำได้เสมอ
...
แต่ชีวิตมันก้อต้องดำเนินไป
สอบเสร็จแล้ว มันน่าจะดีใจกว่านี้ป่ะ
...
หวังว่าเราจะได้กลับมาอยู่ด้วยกันอีกน่ะครับคุณป้าของผม
...
ผมยังไม่เคยได้ตอบแทนอะไรคุณป้าเลย
...
ตอนนี้ลึก ๆ ในใจมันมัวหมองจังว่ะ
มันน่าจะดีกว่านี้
เพื่อนกรูก้อเยอะแยะ อยู่กับมันก้อฮาได้ตลอดเวลา
...
...เหมือนช่วงชีวิตที่ผ่านมา เราลืมทำอะไรไปหลายอย่าง...
... 06 giugno My BesT MemoryMy BesT Memory
ถ้าพูดถึงความทรงจำ ความหลังครั้งยังหนุ่มของผม ก้อคงมีไม่กี่ครั้งหรอกที่ผมจำได้แม่นยำนัก
ส่วนมากก้อคงเป็นช่วงเวลาของความสุขทั้งหลายแหล่
และช่วงเวลาที่ดีที่สุดในชีวิตที่ผ่านมาของผม ผมก้อไม่รู้หรอกว่าช่วงไหน
ความทรงจำเหล่านั้นก้อคงเป็นช่วงที่เต็มไปด้วยเพื่อนหรือไม่ก้อครอบครัว
แต่ช่วงปิดเทอมแสนหรรษาของผมที่ผ่านมานี้คงจัดได้ว่าเป็นช่วงเวลาหนึ่งเลยหล่ะ ที่ดีที่สุดในชีวิต...
อาจจะเป็นของขวัญอายุครบ 20 ปี ของเรา ^-^
...
ปิดเทอมที่ผ่านมา
ช่วงเวลาแรกของการปิดเทอมก้อคือการขึ้นค่ายผลัด pioneer
ไปกับเพื่อนซี้มากมาย เจอsenoirเล็กน้อย และเจอเพื่อนใหม่ไม่น้อยเลยทีเดียว
ประทับใจมากๆ รู้สึกดีกว่าตอนเป็นfreshyมากเลย
ได้กินอาหารห่วยๆ เช่น โปรตีนเกษตร ไม่มีน้ำประปา อาบน้ำเหลืองๆ ไม่มีสัญญาณโทรศัพท์
...แต่มีความสุข...
และเท่านั้นมันก้อเกินพอสำหรับคนอย่างผม
เป็นการขึ้นค่ายที่ทำให้ผมติดใจค่ายนี้มากทีเดียว
...
ต่อมาก้อคือเราได้ไปเรียน British Council
แม้จะเรียนไม่นาน ชั่วโมงเรียน 40 ชั่วโมง แต่ก้อได้รู้จักเพื่อน พี่ น้อง ใหม่ตั้งหลายคนแหนะ
<แล้วเวลาเรียนผมก้อไม่เคยรูสึกเบื่อหรือง่วงเลยน้า>
...
สิ่งถัดมาที่จำได้แม่นก้อคือขึ้นค่ายอีกครั้ง 21-27 เมษา
คราวนี้ mor ไปกัน 3 เจอบนค่ายอีก 1 เป็น 4 คนเท่านั้น
แถมไม่มี freshy อีกตั้งหาก
แล้วคืนนึงที่เทปูนfoot 3 ก้อเป็นช่วงเวลาที่ผมรู้สึกเหนื่อยที่สุดในชีวิต ตั้งแต่เกิดมา
เหนื่อยสุดๆ เทตั้งแต่ 4 ทุ่มถึง 6 โมงเช้า มีคนอยู่กันแค่ประมาณ 30 คน
ครั้งนั้นหน้าที่ของเราก้อคือ หน้างาน ที่ต้องทำแบบ non-stop
แถมยังโดนมาเป็นvertical liner อีก2-3ชม.ได้
เหนื่อย เพลีย และอ่อนล้ามาก แต่ก้อยังฝืนได้
...ก้อผมรักค่ายนี้นี่นา...
รุ่นพี่ผมทำ เพื่อนผมทำ ผมก้อต้องทำดิ
...
ช่วงเวลาต่อมาก้อคือการเดินทางต่อเนื่องที่ยาวที่สุดในชีวิตของผมเลย
ผมขึ้นค่ายอีกครั้ง 5-7 พฤษภา
แล้ววันที่ 7 ผมก้อต้องลงจากค่าย(พิษณุโลก) เพื่อไปเที่ยวต่อกับแก็งค์ของเราที่ชะอำ
ตอนลงจากพิษณุโลกมา กทม มันไม่เท่าไรหรอก มีคนไปด้วยกันเยอะ
แต่จาก กทม มา ชะอำนี่สิ นั่งรถตู้คนเดียว เหงามากเลย T-T
ดึกก้อดึก เพลียก้อเพลีย เหนื่อยก้อเหนื่อย แต่ยังไงก้อจะไป
...ก้อกูรักเพื่อนนี่หว่า...
ถึงไปกันแค่ 8 คน น้อยที่สุดตั้งแต่เคยไปกันมา แต่กูก้อไม่ผิดหวังเลยที่อุส่าเดินทางไกลมา
...
20ปีผ่านไปไวเหมือนโกหก แล้วก้อถึงวันเกิดผม 13 พฤษภา
มันเป็นวันเกิดที่มีคนร้องเพลงให้มากที่สุดในชีวิตเลย
เพราะตอนนั้นไปทริปบ้านรับน้องไง ฮ่าๆ แต่เขาก้ออุส่าร้องให้ทั้งวง
ก้อต้องขอบคุณต่ายด้วยที่อุส่าบอกให้ ไม่ลืมหรอกน่ะ
กลับบ้านก้อยังได้เค้กและได้ฟังเพลงจากครอบครัวอีกรอบ
เพราะมาก เพลง Happy Birthday ครบรอบ 20 ปีของผม
...
แล้วก้อถึงช่วงเวลาถัดมาก้อคือการทำบ้านรับน้องนี่เอง
บอกตามตรงว่าไม่เคยคิดเลยว่าการทำบ้านรับน้องจะได้ประสบการณ์ที่ดีเท่านี้มาก่อน
ก้อน่ะ ก้อรู้กันอยู่ว่าส่วนใหญ่ผู้ชายมาทำบ้านก้อคงจะชอบมาหาสาวๆอ่ะแหละ
แต่นั่นไม่เคยเป็นจุดประสงค์ของผมเลย(เท่ป่ะหล่ะๆ)
สำหรับผม ถ้าจะหาสาวๆก้อคงจะหาแค่สาว ไม่ใช่สาวๆ (อ่านให้เข้าใจๆ 555+)
แต่จริงๆที่ทำก้อคงเพราะเพื่อนหน่ะแหละ กับตัวผมเองที่อยากจะหาประสบการณ์ใส่ตัว
แล้วผมก้อได้รู้จักรุ่นพี่ รุ่นน้อง และเพื่อนอีกเต็มเลยแหละ
มันก้อเป็นช่วงเวลานึงที่อบอุ่นมากๆ สำหรับผม
รุ่นพี่บางคนเราคุยกันถูกปากมาก ทั้งที่เพิ่งรู้จัก
ได้ไปนอน guest house เป็นครั้งแรกในชีวิตอีก
ได้ทำอะไรอีกหลายๆอย่าง ที่ทำให้ผมรู้สึกว่ามันเป็นช่วงเวลานึงที่ผมมีความสุขมากในชีวิต
...
และความทรงจำสุดท้ายของปิดเทอมก้อคือการขึ้นค่าย
28พฤษภา - 2มิถุนา ขึ้นจนปิดค่ายเลยหล่ะ
มีอะไรหลายๆอย่าง ที่คงบรรยายไม่หมด
บอกได้แต่ว่าผมรักรุ่นพี่มากๆ เจอเพื่อนใหม่ที่สไตล์เราด้วย รักมันเหมือนกัน
ส่วนรุ่นน้อง เราจะพยายามทำเพื่อนายน่ะ เหมือนที่รุ่นพี่ได้ทำให้เรา
...แต่...
เหตุการณ์บางอย่างที่เกิดขึ้นตอนขากลับ
มันยังติดตาผมจนถึงวินาทีที่ทำblogอันนี้อยู่
ไม่มีใครอยากให้มันเกิดขึ้นเลย
ณ วินาทีนั้น ทุกอย่างวุ่นวายไปหมด...เพื่อนผม...พี่ผม...น้องผม...ตัวผม
ผมพยายามตั้งสติให้ดีที่สุด ทุกคนก้อพยายามช่วยกัน
หลังจากนั้นเราก้อได้แต่เสียใจกับมัน
ไอน่ะ เพื่อนซี้ผมบนค่าย ถึงกับซัดบุหรี่ wonder (ห่วยแตกสุดๆ) [อันนี้เป็นเรื่องตลก]
ผมก้อพยายามแล้ว แต่ไม่ไหวจริงๆ ต้องรอให้มันไหม้จนเหลือนิดเดียว 555+
(งงอ่ะดิ ไม่งงๆ)
จนถึงวันนี้ ทุกอย่างก้อดีขึ้นมาก และคิดว่าไม่น่ามีอะไรที่น่ากลัวแล้ว
ก้อได้แต่หวังว่ามันจะไม่เกิดขึ้นอีก
แล้วทุกสิ่งจะคลี่คลาย จะผ่านวันเวลาที่วุ่นวาย
แล้วทุกอย่างจะเลือนหาย จะทำให้เรากลับมา
ข้างต้นนั้นคือเนื้อเพลงท่อนหนึ่ง
เนื้อร้องโดย ภัทรณะ
ปรับปรุง ทำนอง และเรียบเรียงโดย หมีแพนด้า
*ใครอยากฟังเวอร์ชั่นเต็ม ต้องซื้อด้วยเหล้าขาวคนละกลม*
(แล้วใครมันจะฟังว่ะ)
ไว้จะเล่นให้ฟัง ถ้ากุไม่ลืม
...
จบแล้วปิดเทอมของผม
ไม่เคยรู้สึกเสียดายช่วงเวลาไหนเลยของปิดเทอมนี้
มันสอนให้ผมรู้อย่างนึงว่าการให้นั้นคือความสุขที่แท้จริงเลยหล่ะ มันมากล้นกว่าการได้รับนัก
โดยเฉพาะการให้คนที่เรารัก (น้ำเน่ามะๆ)
แล้ววันนึงผมจะเป็นรุ่นพี่ที่ดี จะทำค่ายนี้แน่นอน และจะร่วมกิจกรรมบ้านรับน้องต่อด้วย
จะไม่ทำให้คุณพ่อกับคุณแม่ผิดหวังด้วยน่ะครับ
(ช่วงนี้พ่อแม่แอบตึง ไอเรามันกลับบ้านดึกทุกวัน = =')
-----จบเหอะๆ----- |
|
||||
|
|